bouquet

Guestbook:

เรียงร้อยถ้อยคำส่งสารสัมพันธ์ ถึง

 

“ดร.มัทนา สานติวัตร”

 
เนื่องในวาระเกษียณอายุของ   ดร.มัทนา สานติวัตร  
อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
คณะกรรมการจัดงานเลี้ยงเกษียณอายุอธิการบดี จึงขอเชิญอาจารย์
และบุคลากรทุกท่านร่วมฝากข้อความแสดงความรักและความผูกพัน
เพื่อเป็นที่ระลึกแด่ ดร.มัทนา ในสมุดเยี่ยมชมออนไลน์

111 comments on “Guestbook:
1 2 3 23
  1. ดร.เจริญ คันธวงศ์ says:

              การเปลี่ยนแปลง ย่อมเป็นสิ่งที่แน่นอน ดร.มัทนา สานติวัตร ได้ทุ่มเท ทำงาน เพื่อสร้างเสริม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มานาน อย่างน่าชื่นชม แล้วจะขอลาเกษียณ เพื่อพักผ่อน เชื่อว่าพวกเราต่างก็เสียดาย อาวรณ์ แม้จะเกษียณไปแล้ว พวกเราขอให้ ดร.มัทนา ช่วยกันสร้างเสริม ให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพที่พวกเรารักและหวงแหน ให้เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณค่า ของเยาวชนรุ่นหลัง เป็นแหล่งศึกษา หาความรู้ ด้วยความภาคภูมิใจต่อไป ไม่มีวันเสื่อมถอย

     
    ดร.เจริญ คันธวงศ์
     
     

    อธิการบดีกิตติคุณก่อตั้ง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
     
  2. ดร.ธนู กุลชล says:

    สำหรับคนที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพและมีความรักความผูกพันกับมหาวิทยาลัยอย่างหมดหัวใจนั้น ถือว่าเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก แต่สำหรับคนที่จบการศึกษามาจากสถาบันอื่น แต่กลับมาหลงรักและทำงานอย่างทุ่มเทจนหมดหัวใจให้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ต้องถือว่าเป็นปรากฎการณ์ที่พิเศษจริง ๆ หลายคนอาจสงสัยว่าคนประเภทนี้มีจริงหรือ ผมขอตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่ามีจริงแน่นอน ดร.มัทนา สานติวัตร นี่ไงเป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน

    ดร.มัทนาจบบัญชีมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วเริ่มต้นทำงานเป็นอาจารย์ติวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ความรักความผูกพันกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพเริ่มต้นมาจากตรงนั้น ตลอดระยะเวลา 43 ปีที่อยู่กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดร.มัทนาได้ทุ่มเทหัวจิตหัวใจให้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพอย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือน ดร.มัทนามีวิญญาณความเป็นครูอยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม มีความรัก ความผูกพัน และความเมตตา ต่อลูกศิษย์ลูกหาและเพื่อนร่วมงานตลอดมา ไม่ว่าท่านจะอยู่ในตำแหน่งอาจารย์ติวเตอร์ อาจารย์ประจำธรรมดา คณบดี รองอธิการบดี หรืออธิการบดี

    สัจธรรมของชีวิตไม่มีข้อยกเว้นให้ใคร บัดนี้ ดร.มัทนาได้เดินทางมาถึงวันเกษียณอายุแล้ว แม้จะรู้สึกเสียดายแทนมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ต้องสูญเสียเพชรเม็ดงามไปอีกเม็ดหนึ่ง แต่ผมก็ยังดีใจที่ได้มีโอกาสรู้จักและได้ร่วมงานกับดร.มัทนามานานหลายสิบปี ได้เห็นความสามารถ ความเสียสละ และความทุ่มเท ที่ดร.มัทนามีให้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สิ่งเหล่านี้แหละที่ดร.มัทนาสามารถมีความภาคภูมิใจได้อย่างเต็มที่

    ชีวิตหลังเกษียณเป็นชีวิตที่มีอิสระและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ผมขออวยพรให้ดร.มัทนามีสุขภาพที่ดี มีความสุข ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำแต่ไม่มีโอกาสได้ทำในอดีต สามารถใช้ความสามารถและประสบการณ์ที่ได้สะสมไว้มากมาย ให้เป็นประโยชน์กับตนเอง กับมหาวิทยาลับกรุงเทพ กับประเทศชาติบ้านเมือง และกับสังคมตลอดไป

    ด้วยรักและผูกพันเสมอ

    ดร.ธนู กุลชล

    อธิการบดีกิตติคุณ

  3. ศาสตราจารย์ ดร.พจน์ สะเพียรชัย says:
    “หญิงแกร่ง”  

              ท่านอธิการบดี ดร.มัทนา สานติวัตร ทำงานที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพโดยเริ่มต้นจากการเป็นอาจารย์ได้รับการยอมรับและเป็นที่รักของผู้บริหารจึงได้รับทุนไปเรียนปริญญาโทและเอกที่สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมาแล้วก็ได้เป็นอาจารย์ เป็นหัวหน้าภาควิชา เป็นคณบดี เป็นรองอธิการบดี และเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยกรุงเทพตามลำดับ นับได้ว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทั้งยังได้มีส่วนในการพัฒนาและทำงานหนักเพื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมาโดยตลอด
              โดยอุปนิสัยส่วนตัวแล้วเป็นคนขยัน อดทน มุ่งมั่น รับผิดชอบ เสียสละ อุทิศตนเพื่อการเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยโดยแท้ อีกทั้งเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เชื่อมั่นในตนเอง มีความกล้าในการตัดสินใจ รวมทั้งเป็นผู้รักความยุติธรรมและความโปร่งใส ท่านเป็นผู้ที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีมาก จึงเป็นที่รักของผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และคนรอบข้างที่เกี่ยวข้องทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นท่านเป็นผู้มีจิตอาสารับอาสาทำงานทุกอย่างที่มีผู้มาขอให้ช่วย จึงได้รับเชิญเป็นกรรมการต่างๆ มากมายทั้งที่เป็นงานในหน้าที่และงานนอกหน้าที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ทำงานด้วยความรัก ทำงานด้วยใจ กาย และสมองโดยแท้ ดังจะปรากฏว่าได้รับรางวัลและเกียรติยศจากสถาบันการศึกษาเก่าระดับมัธยมศึกษา ระดับปริญญาตรี และระดับดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย เช่น เป็นศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยยูทาสเตท ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น นอกเหนือจากนั้นท่านยังเป็นผู้เทิดทูนชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นแบบอย่างของนักบริหารมืออาชีพโดยแท้
              ผมเชื่อว่าเมื่อท่านเกษียณจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพแล้วประสบการณ์และความสามารถของท่านยังจะเป็นประโยชน์ในวงการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก ด้วยอานุภาพแห่งความเสียสละ อดทน มุ่งมั่น และความรับผิดชอบที่ท่านได้กระทำมา จงเป็นกุศลและผลบุญให้ท่านจงมีแต่ความสุขทั้งกายและใจตลอดไปด้วยเทอญ

     
    ศาสตราจารย์ ดร.พจน์ สะเพียรชัย
     
     

    ที่ปรึกษาอธิการบดี
     

  4. รศ.ดร.ทิพรัตน์ วงษ์เจริญ says:

    เรียน ท่านอธิการบดี

    ตลอดเวลาที่ทำงานกับท่านอธิการบดี “ดร.มัทนา” มานาน สิ่งที่ทิพรัตน์สัมผัสได้อย่างเด่นชัด คือ ความอบอุ่นใจ มั่นใจ และไว้วางใจที่จะทำงานร่วมกันเสมอ รู้สึกเหมือนกำลังทำงานกับญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวตัวเองมากกว่ากำลังทำงานกับผู้บังคับบัญชา มาถึงวันที่ท่านอธิการบดี “ดร.มัทนา” เกษียณก็รู้สึกใจหายและระลึกถึงอย่างมาก แต่วันเวลาแบบนี้ก็ต้องเวียนมาถึงกับทุกคน จึงอยากขอแสดงความยินดีกับท่านอธิการบดี ที่จะมีเวลาทำอะไรตามที่ท่านต้องการเต็มที่ในช่วงเวลาหลังเกษียณ และสุดท้ายนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์ทั้งหลายโปรดอำนวยพรอันประเสริฐทุกประการแด่ท่านอธิการบดี ขอให้คิดสิ่งใดก็ให้สมปรารถนาทุกประการ และมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงตลอดไปนะคะ

    ด้วยความเคารพอย่างสูงและระลึกถึงเสมอค่ะ

    ทิพรัตน์ วงษ์เจริญ

  5. รศ.ลักษณา สตะเวทิน says:

              ดร.มัทนา สานติวัตร ทำงานกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาร่วม 43 ปี ดิฉันเข้าทำงานหลังท่านประมาณ 6 ปี ระยะแรกๆ มหาวิทยาลัยกรุงเทพยังมีบุคลากรไม่มากนัก ทุกคนจึงรู้จักคุ้นเคยจำหน้าจำชื่อกันได้หมด ไม่ว่าจะจบมาจากสถาบันการศึกษาใด ประเทศใด ฯลฯ ดร.มัทนา ก็มีความสามารถจดจำรายละเอียดได้อย่างแม่นยำ ทักทายพูดคุยเมื่อพบปะเจอะเจอ มีมนุษยสัมพันธ์ มีจิตใจดี และให้ความสำคัญกับกิจกรรมของมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ แม้ปัจจุบันเราจะมีจำนวนบุคลากรเพิ่มมากขึ้น มีกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับท่านอธิการแต่อย่างใด ยังมีพละกำลังปฏิบัติได้คงเส้นคงวาเสมอมา
              ตั้งแต่จบปริญญาตรีสาขาบัญชีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อ 43 ปีก่อน ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ไม่ต้องกลัวตกงาน ดร.มัทนา ก็มาสมัครเข้าเป็นอาจารย์คณะบัญชีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สอนหนังสือด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ลูกศิษย์เหล่านั้นก็เติบใหญ่ในหน้าที่การงาน มีรายได้มากกว่าอาจารย์เสียด้วยซ้ำ แต่ ดร.มัทนา ก็ยึดมั่นและมุ่งมั่นในอาชีพครู ภูมิใจที่ได้สร้างคน จึงมีความรักและผูกพันกับสถาบันแห่งนี้ สถาบันที่สร้างคน จวบจนถึงเกษียณอายุท่านก็ไม่เปลี่ยนงานไปที่อื่นใดเลย ยึดมั่นในอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง
              ด้วยความรักและความผูกพันที่มีต่อศิษย์และต่อสถาบัน ดร.มัทนา จึงมุ่งมั่น ตั้งใจ และอุทิศเวลาให้กับการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญตามลำดับ ตั้งแต่คณบดี ผู้ช่วยอธิการบดี รองอธิการบดี และตำแหน่งอธิการบดี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยิ่งและยังเป็นอธิการบดีหญิงท่านแรกของสถาบันแห่งนี้ ที่จะต้องปฏิบัติภารกิจนำพาให้สถาบันมีความเติบใหญ่และยั่งยืน โดยสืบสานปณิธานต่อจาก ดร.เจริญ คันธวงศ์ (อธิการบดีท่านแรก) และ ดร.ธนู กุลชล (อธิการบดีท่านที่ 2) ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ทำงานอย่างจริงจังของ ดร.มัทนา ในฐานะผู้นำ ทำให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพสามารถยืนหยัดเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นแนวหน้าได้อย่างสง่างามในยุคสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
              ในโอกาสที่ท่านอธิการบดีเกษียณอายุการทำงาน ดิฉันขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดคุ้มครองให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และมีพลังช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

     
    ด้วยความเคารพและระลึกถึงเสมอ
     
     

    ลักษณา สตะเวทิน
     

1 2 3 23

ฝากข้อความ

(ข้อความของท่านจะปรากฏที่หน้าสุดท้าย)